2012/Jul/14

03      แอ๊บอย่างเธอต้องเจออย่างฉัน!

 

 

  .......................................................................................................................

“ใจร้ายจัง  ฟาดูเป็นคนแบบนั้นเหรอ”   เสียงหวานๆกรอกมาตามสาย

 

“อืม”   สาวสวยตอบกลับไปแทบไม่ต้องเสียเวลาคิดให้ยากเลย

 

เข้าถึงตัวยากซะจริ้ง...หึ แต่แค่นี้คนอย่าง กุลธิดาไม่ถอยง่ายๆหรอก

“ยังไม่ทันจะเป็นเพื่อนกันเลย  ก็คิดแบบนั้นแล้ว   มิ้นเป็นคนที่ชอบตัดสินคนอื่นที่ภายนอกเหรอ”

 

“ใช่  โดยเฉพาะพวกที่ชอบเข้าหาเพื่อผลประโยชน์”   เสียงเรียบบอก  นัยน์ตาสีเทาหรี่ลง

 

ดันฉลาดอีก   จะทำตัวเข้าหายากไปถึงไหน!   รึจะชอบของแปลกอย่างยัยแมวน้ำ  ยัยโซดา?    ฟาแค่นยิ้ม

“ฟาก็แค่อยากเป็นเพื่อนกับมิ้นจริงๆนะ ไม่เคยคิดอะไรเลย”

 

“เชื่อก็โง่แล้ว”

มิ้นบอกไปตรงๆ    แต่ทำคนปลายสายแทบลงไปดิ้นตรงนั้น

 

ให้ตายสิไม่อยากจะใช้วิธีนี้เลย  !  สาวหน้าหวานยังถือสายอยู่แต่เดินไปที่ชั้นวางของกระจุกกระจิกในห้องตัวเองแล้วหยิบพิมเสนน้ำขวดใสมาเปิดฝาเบาๆ

 

“....?”

ความเงียบทำให้สาวสวยขมวดคิ้วชนกัน

 

“ฟา...ยังอยู่ไหมนิ  ฟา”

เลยถามด้วยความสงสัย

 

ซักพักก็มีเสียงสะอื้นดังมาตามสาย  ทำเอาคนฟังหงุดหงิดขึ้นกว่าเดิม

 

ลงทุนมาก  ถึงขนาดบีบน้ำตาเลยเรอะ   ยัยแอ๊บแตกเอ้ย!

 

“จะร้องไห้ทำไม?”

มิ้นเบ้ปาก  ต่อให้ขนมารยาทมาร้อยพันเล่มเกวียนก็ไม่ทางหลงกลให้หรอก  ฝันไปเถอะ

 

“ฟา...ฮึก..ฮึก..ก็แค่..อยากเป็นเพื่อนกับมิ้นจริงๆ..ฮึกๆ”

 

ริมฝีปากบางเยียดยิ้มรังเกียจ   น่ามอบรางวัลออสก้าให้ยัยนี่จริงๆ

 

“เอาเถอะ เห็นแก่ความพยายามลงทุนบีบน้ำตาซะขนาดนั้น  อยากทำอะไรก็ทำละกัน”

 

ฟาอยากจะโยนมือถือทิ้งลงถังขยะอีกแล้ว      คนบ้าอะไรน่าตบจริงๆ

มือเล็กๆยกขึ้นปาดน้ำตาที่พยายามเค้นออกมาด้วยการใช้พิมเสนน้ำป้ายตาช่วยแทบตาย

 

“อะ..อืม  ขอบคุณนะ...ที่ยอมเป็นเพื่อนกับฟา  แล้วเจอกันที่ม.นะ”  พูดจบคนตัวเล็กก็ตัดสายไปดื้อๆแบบนั้นทำให้สาวสวยหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ  

 “แอ๊บแตกยังงี้ดูสิจะมาไม้ไหน”

 

........................................................................................................................

 

หลังเลิกสแตนวันต่อมา  ฟาก็ทำตามแผนที่วางไว้ทันที   เริ่มจากไปตีสนิทกับแมวน้ำและโซดา    สาวอวบเข้ากับคนง่ายเลยเปิดใจรับฟาเข้ากลุ่มได้ไม่ยาก   แต่กับสาวเซอร์พูดน้อยยอมรับเพราะเพื่อนยอมรับก่อน      ส่วนสาวสวยรู้อยู่แล้วได้แต่เยียดยิ้มใส่

 

“วันนี้มีไนท์บลาซ่าด้วยไปเดินกันไหม  ฟาอยากไปเดินกับมิ้น”   พูดไม่พูดเปล่าคนตัวเล็กตรงเข้ามาควงแขนมิ้นชนิดแนบชิดจนหน้าอกหน้าใจที่ไม่มากไม่น้อยแต่ชวนมองถบียดแขนเรียวเข้าเต็มๆ

 

ใบหน้าสวยกระตุกยิ้ม    ว่าล่ะต้องมาไม้นี้   แอ๊บแตก+อ่อยสุดๆ  สูตรสำเร็จมาเลย

 

“ไปกับมิ้นต้องสนุกแน่ๆเลย”   สาวหน้าหวานโปรยยิ้มแถมยังซุกลงบนไหล่สาวผมแดงอีกต่างหาก   ทำเอาแมวน้ำกับโซดาหันมามองตากัน

 

“ไม่รู้สิ”   มิ้นบอกเสียงเรียบแต่ก็ไม่สะบัดตัวออกปล่อยให้อีกฝ่ายเกาะแกะตามใจชอบ  

 

…สี่สาวติดสินใจนั่งรถประจำทางมายังตลาดนัดกลางคืน  ไนท์บลาซ่าที่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยเท่าไร    ฟากอดแขนมิ้นแน่นชวนคุยสารพัดถึงเจ้าของผมสีเพลิงจะไม่คุยตอบก็เถอะ   เสียงใสยังพยายามพูดนั่นพูดนี้อยู่ตลอดเวลา   ฝ่ายแมวน้ำเดินอยู่ข้างหลังกับโซดาก็คุยกันไปเรื่อยเปื่อย  

 

ไนท์บลาซ่าแห่งนี้จัดวางโซนเครื่องประดับเอาไว้ด้านหน้า  ถัดมาจึงเป็นเสื้อผ้า   ส่วนโซนอาหารอยู่ท้ายสุดถูกจัดแบ่งประเภทไว้อย่างชัดเจนทั้งอาหารคาวและหวานในราคาเบาๆ   จึงมีนักเรียน  นักศึกษา  ตลอดจนครอบครัวมาที่นี่จนคนแน่นเต็มทุกวันที่มีตลาด

 

ฟาเริ่มรู้สึกเซ็งที่คนข้างๆไม่มีปฏิกิริยาอะไรด้วยเลยจึงยอมปล่อยมือเลิกควงแขนมิ้นแล้วหันมาสนใจกับร้านขายเครื่องประดับแนวหวานๆ   คนตัวเล็กถอนหายใจ   ก็รู้ตัวดีหรอกว่าตัวเองหน้าหวานใส่ของแนวกุ๊กกิ๊กทีไรเหมาะทุกที

พอเป็นอิสระนัยน์ตาสีเทาก็มองไปทางร้านขายเครื่องประดับเท่ๆแนวๆแล้วเดินไปทันที    จนแมวน้ำต้องลากโซดาวิ่งตามทิ้งฟาที่ไม่รู้เรื่องเอาไว้ตรงนั้น

 

เจ้าของร้านเป็นสาวเท่ทำผมเป็นทรงเดธร็อคทั้งหัว  ผิวสีเข้มๆเข้ากับเสื้อกล้ามสีดำพอดีตัวชายขาดหน่อยๆกับยีนส์ขาดขาแนวๆ   สิ้นค้าในร้านเน้นเครื่องเงินแนวเท่ๆที่สามารถใส่ได้ทั้งชายและหญิง  สาวสวยค่อยย่อตัวลงนั่งอย่างระวังเพราะใส่ทรงเอผ่าข้างมา   นัยน์ตาสีเทามองไปทางสร้อยไม้กางเขนเงิน ตัวสร้อยออกแบบมาเป็นโซ่เล็กๆคล้องเรียงกัน  ส่วนตัวจี้เป็นไม้กางเขนผิวเรียบขัดมันวาวไม่มีลายความยาวราวๆสีชอล์ก1แท่ง  นิ้วเรียวหยิบขึ้นมาแล้วหันมาหาสาวเซอร์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง

“โซดามานี่หน่อย”

โซดาเลิกคิ้วแต่ก็ยอมเดินเข้ามาหา

 

มิ้นจัดการสวมสร้อยกางเขนให้เพื่อนทันที  ทำเอาคนได้รับทำหน้าแปลกใจ  สาวอวบที่มองอยู่ก็ทำหน้าแปลกใจไม่แพ้กัน

 

“คิดแล้วว่าต้องเหมาะจริงๆด้วย”  เจ้าของเรียวปากบางยิ้มก่อนจะหันไปหาคนขาย    “พี่คะเอาเส้นนี้คะเท่าไรคะ”

 

“850คะน้อง  เงินอย่างดี”

 

“ค่ะ”  มิ้นหยิบกระเป๋าสตางค์สุดหรูขึ้นมาหยิบแบงค์พันส่งให้คนขายแล้วรับเงินทอนมา

 

“มิ้น   ซื้อให้ทำไมนิ?”  สาวเซอร์ถาม

 

“ก็เห็นมันเหมาะดีเลยอยากซื้อให้  นึกซะว่าเป็นของขวัญที่ได้เป็นเพื่อนกันก็แล้วกัน”   คนให้บอกยิ้มๆแต่โซดากลับทำหน้านิ่งๆ

 

“อืม  แต่คราวหลังอย่าทำอีกนะ เราไม่ชอบโดนมัดมือชก”  คำพูดตรงๆชนิดขวานผ่าซากทำเอาสาวสวยหัวเราะร่า

 

“โอเคๆเข้าใจแล้ว  แล้วแมวน้ำอยากได้อะไรไหม”

 

สาวอวบส่ายหน้าไปมา   “ของเราขอเป็นหมึกย่าง10ไม้ดีกว่า”   ก่อนจะยิ้มกว้าง

 

“อย่างยังแมวยักษ์นี่ต้องของกิน เครื่องประดับอะไรไม่เอากับเค้าหรอก รู้จักคำว่ารักสวยรักงามที่ไหนกันเล่า”

 

“ได้ทีเอาใหญ่ๆ ไอ้ตัวพูดน้อย”

 

มิ้นอมยิ้มกับการพูดเล่นเชิงหยอกเย้าของเพื่อนทั้งสอง

 

ฝ่ายคนที่โดนทิ้งไว้ร้านขายเครื่องประดับแนวน่ารักออกอาการหน้างอขึ้นมาทันที  คนตัวเล็กเดินจ้ำๆไปหาทั้งสาม             ริมฝีปากอิ่มอยากจะต่อว่าแทบตายแต่ดันเผลอไปมองสินค้าสุดแนวซะได้     ตาโตๆไล่มองแหวนเท่ๆ  นาฬิกาเท่ๆ  สร้อยเท่ๆ  

 

ถึงเจ้าตัวจะหน้าหวานแต่ไม่มีใครรู้ว่า  สาวหวานใสคนนี้กลับชอบลุคเท่ๆอยู่เหมือนกัน  อยากลองแต่งดูด้วยซ้ำแต่ไม่อยากโดนคนมองว่าไม่เข้ากับตัวเอง

 

“หน้าหวานๆแต่มามองของเท่ๆนี่นะ”

นิ้วเรียวเชยคางมนขึ้นให้สบสายตาด้วย    โดนนัยน์ตาสีเทาจ้องแบบไม่ทันตั้งตัวแถมยังจ้องชนิดเอาจริงเอาจังจนใบหน้าใสแดงระเรื่อขึ้นมา   ฟารีบเบนหน้าหนียิ้มน้อยๆ  ถึงจะแค่ไม่กี่วินาทีแต่มิ้นก้ได้เห็นรอยยิ้มที่มาจากใจไร้การเสแสร้ง

 

อ่าว! เวลาไม่แอ๊บก็น่ารักดีนี่นา

เรียวปากบางคลี่ยิ้มกับภาพที่เห็นตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว

 

“คะ..คงงั้น  ฟาไม่เหมาะกับของเท่ๆหรอก”   พอรู้สึกตัวสาวหน้าหวานก็รีบถอยออกห่างทันที

 

“หืม  เดี๋ยวนะ”   จู่ๆมิ้นก็เดินไปจ้องเครื่องประดับเงินจนไปสะดุดตาเข้ากับสร้อยเงินเส้นหนึ่ง  ตัวสร้อยเป็นเส้นเล็กๆดูเก๋ไปอีกแบบ  ส่วนตัวจี้เป็นรูปโบว์ลงลายสีหวานตัดกับลายสีเข้มๆ  ดูเท่แต่แอบหวานไปด้วย

 

“พี่คะเส้นนี้เท่าไรคะ  รูปโบว์นี่อ่ะค่ะ”  นิ้มเรียวชี้ไปที่สร้อย

คราวนี้สาวหวานทำหน้างง   ส่วนโซดาได้แต่ถอนหายใจโดยมีแมวน้ำหัวเราะอยู่ข้างๆ

 

“พันสามจ๊ะน้อง   แพงตรงลงเงาที่ลายนี่แหละ”

 

“อ่ะ ถูกกว่าที่คิดแฮะ  เอานี่ล่ะค่ะ”   ทันทีที่จ่ายเงินเสร็จมิ้นก็เดินมาสวมให้ฟาทันทีโดยที่คนตัวเล็กไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำไป

 

“หวานหน่อยๆแต่ก็ดูแอบเท่ได้นิดนึงล่ะนะ”

 

อวดรวยซะจริ้ง หมั่นไส้  จะรับไว้ก็แล้วกันถือซะว่าน้ำใจ

ฟาฉีกยิ้มให้ดูดีที่สุด

 

“จะดีเหรอซื้อให้ฟาแบบนี้  ฟาอาจจะใส่ไม่เหมาะเท่าไรหรอก”

 

เรียวปากบางเยียดยิ้ม   “พอใจจะซื้อก็ซื้อให้หมดแหละ  แมวน้ำจะเอาไรนะหมึกย่างเหรอ ไปโซนอาหารกัน”

บอกด้วยเสียงเรียบๆแต่แสดงถึงความเหนือกว่าจนสาวตัวเล็กได้แต่กำมือแน่น

 

หึ  เมินกันได้ก็แค่ตอนนี้เท่านั้นล่ะ มิ้น!    คอยดูเถอะติดเราเมื่อไรจะผลาญให้หมดตัวเลย

 

ฟายิ้มที่มุมปากแล้วรีบเข้าไปควงแขนสาวสวยทันที

 

“คนมันเยอะ  ฟากลัวหลง  จูงมือหน่อยสิมิ้น”    เสียงใสออดอ้อนเต็มที่

 

“โตๆกันแล้วนี่นา”

คำพูดตรงๆเล่นเอาคนมั่นใจสูงอย่างฟาแกว่งได้ไม่น้อยเลย

 

“ฟากลัวหลงจริงๆนะ”  

รอยยิ้มหวานๆกับเสียงอ้อนๆที่ทำให้คนรอบข้างชื่นชมมาแล้วถูกงัดมามาใช้กับสาวหัวแดง

 

“ก็ได้ มา”

นิ้มเรียวคว้าข้อมือเล็กๆ

 

“บอกไว้ก่อนนะว่ามิ้นเดินไว  ตามให้ทันก็แล้วกัน”

 

แล้วก็เป็นตามนั้นเมื่อคนสวยเล่นเดินตามสบายใจฉันโดยไม่สนใจเลยว่ากำลังจูงมือใครอยู่   ฝ่ายสาวหน้าหวานทั้งเดินทั้งวิ่งตาม   ในใจแทบอยากจะกรี๊ดด้วยความโมโห  แต่ก็ได้ยิ้มหวานๆให้

 

.......................................................................................................................

 

 

"; :�8rb��H� bidi-language:TH'>อะ...อะไรเหรอ  ฟาไม่เข้าใจ”

 

 

 มิ้นเบ้ปากแสดงท่าทีรังเกียจอย่างชัดเจน

 

 “ไม่เอาไม่ไปหรอก   กลับบ้านดีกว่าขี้เกียจใส่หน้ากากเข้าหากัน”

 พูดจบคนตัวสูงก็เดินหนีไปแบบดื้อๆ  ทิ้งให้คนที่ถูกคำพูดโจมตีกำมือเม้มปากขัดใจมองด้วยความโมโหอยู่ตรงนั้น

 

 ...............................................................................................................

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet