2012/Jul/14

04     แรงอย่างเธอต้องเจออย่างฉัน!

 

 

ท่ามกลางผู้คนมากมายที่เดินสวนกันไปมาที่ไนท์บลาซ่า  สาวห้าวรีบดึงแฟนหนุ่มให้หยุดเดิน

 

“เดี๋ยวพี่จูนหยุดแป๊ป”

 

“ทำไมเหรอครับ?”  ชายหนุ่มหน้าตี๋ในชุดเชิ้ตสีขาวแขนยาวพับแขนถึงข้อศอก  ชายเสื้อปล่อยรุ่มร่ามคลุมกางเกงสแลกสีดำทำหน้างง

 

“มินเจอเพื่อนที่เอกอ่ะ”

 

“อ่าว ?  เจอเพื่อนก็ไปทักสิครับแล้วมาหลบทำไม”  เสียงเข้มกลั้วหัวเราะ

 

“ไม่เอาหรอกพี่  คนหัวแดงๆอ่ะแรงจะตาย   เนี่ยมินยังงงๆเลยว่าทำไมฟาถึงมากับกลุ่มยัยมิ้นได้”

สาวห้าวยกมือขึ้นเกาหัวแบบงงๆ

 

“พี่ว่าเค้าดูสนิทกันออกนะ   ฟา  นี่ใช่คนตัวเล็กๆป่ะ   สเปกเราเลยนิ”    นัยน์ตาคู่คมมองสาวหน้าหวานที่คลอเคลียสาวสวยผมแดงไม่ห่างเลยอมยิ้ม   มือใหญ่ๆยกขึ้นขยี้หัวแฟนสาวจนผมยุ่งไม่เป็นทรง

 

“บ้า  พี่ก็  มินแค่ชอบมองเฉยๆเอง   เห็นงี้จริงๆมินก็ชอบผู้ชายนะพี่  ไม่งั้นจะคบกับพี่เหรอ”   เลยโดนสาวห้ามทำหน้างอใส่

 

“ค๊าบๆ  ล้อเล่นน่า”

มินไม่ได้สนใจหนุ่มตี๋ที่ยืนหัวเราะอยู่ข้างๆเพราะมัวแต่แอบมองสี่สาวที่เดินหายไปในกลุ่มคนด้วยความสงสัย

 

........................................................................................................................

 

ที่โซนอาหาร   มิ้นยังทำหน้านิ่งโดยมีฟานั่งเบียดจนแทบจะตกม้านั่งยาว  ส่วนโซดากับแมวน้ำก็กำลังสนใจกับของกินตรงหน้า

 

“ร้อนอ่ะ ฟาขยับไปหน่อย”   สาวสวยใช้มือดันคนข้างๆออก   ฟายิ้มที่มุมปากยิ่งห้ามก็เหมือนยุนอกจากจะไม่ถอยห่างแล้วยังเบียดเข้ามาหนักกว่าเดิมอีก  

 

“ฟาหนาวน่ะมิ้น  มิ้นไม่หนาวเหรอ”  พูดแล้วก็ยิ่งเบียดคนตัวสูงเข้าไปใหญ่

 

“หนาวมากเหรอ”   มิ้นหรี่ตาลง  มืออีกข้างก็เอื้อมไปหยิบกระเป๋าสะพายข้างของตัวเองแล้วค่อยๆรูดซิบหยิบบางอย่างขึ้นมา

 

เสื้อคาร์ดิแกนตัวยาวสีหวานถูกนำมาคลุมไหล่บางของสาวหน้าหวานเอาไว้

 

“เสื้อคาร์ดิแกนน่ะ ให้ยืม”   สาวสวยบอกแล้วขยับตัวออกห่างเล็กน้อย  

 

นะ..นี่มัน   ยะ..ยี่ห้อนี้...    คาร์ดิแกนเนื้อดีแถมเป็นรุ่นที่ยังไม่วางขายในไทยอีก  สะ..สั่งตรงจากญี่ปุ่นระ...เรอะ     จะรวยไปไหนเนี่ย!

ฟานิ่งไป3วินาทีก่อนจะยิ้มหวานออกมา

 

“มิ้นใจดีจังเลย”  เสียงใสอ้อนใส่เต็มที่

 

“อ๋อ  เปล่าหรอกไม่อยากเห็นใครมาหนาวจะเป็นจะตายแถวนี้น่ะ”

 

สาวหน้าหวานยิ้มรับทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาวแต่ในใจเดือดเกิน100องศาซะอีก

 

จู่ๆก็มีชายแต่งตัวมอซอถือถุงใส่แตงกวาพะรุงพะรังเดินนำชายอีกคนที่แต่งตัวโทรมๆพอกัน  ซึ่งจูงลูกช้างตัวเขื่องมาด้วย

 

ทันทีที่เห็นช่องทางแสดงตัวเป็นคนดีขึ้นฟาก็รีบยิ้มหวานแล้วหันมาหาสามสาว

 

“เลี้ยงลูกช้างกัน  ทำบุญกันเนอะๆ”

 

“จะได้บาปละไม่ว่า  ทรมานสัตว์”   คำพูดตรงๆทำเอาชายสองคนสะดุ้งก้มหน้าก้มตากันใหญ่    ส่วนคนชวนถึงกับเซไปเล็กน้อย

 

แรง....แรงดีไม่มีตกจริงๆยัยนี่!

นัยน์ตากลมโตมองไปทางสองสาวที่อยู่ด้านหลัง  ยัยโซดาก็นิ่งซะจน  อี๋ไม่น่าเข้าใกล้เลย  เอายัยแมวน้ำนี่ท่าทางจะดูหัวอ่อนที่สุดในกลุ่มแล้ว

 “งะ..งั้น แมวน้ำเรามาให้อาหารช้างกันสองคนดีกว่า  เนอะ”     ฟารีบเดินเข้าไปดึงมืออวบๆโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแมวน้ำหน้าซีดเผือดไปแล้ว    คนตัวเล็กพยายามดึงคนตัวใหญ่กว่าให้เดินตาม    แต่ไม่เป็นผลราวกับอีกคนไม่ยอมขยับไปไหนยังไงยังงั้นเลย  

 

“เป็นอะไรไปน่ะ?”    พอหันกลับมาเห็นสาวอวบยืนตัวสั่นๆ  นัยน์ตากลมโตเลยหรี่ลง

 

อะไรของยัยนี่  ทำท่าอย่างกับกลัวช้าง   ตัวอย่างกับช้างแท้ๆ

 

“มาสิ แมวน้ำ”  มือเล็กๆพยายามดึงทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าดึงให้ตายยัยแมวยักษ์นี่ก็ไม่มา

 

โซดายืนมองเหตุการณ์ด้วยความหงุดหงิด  ในที่สุดก็หมดความอดทนเดินเข้าไปกระชากตัวเพื่อนเข้ามากอด

 

“ไม่เป็นไร  ไม่เป็นไร ยัยแมวยักษ์  ไม่เป็นไร”    แมวน้ำได้แต่พยักหน้าหงึกๆอยู่ในอ้อมกอดสาวเซอร์

 

ฟามองซ้ายมองขวาเมื่อรู้สึกว่าตัวเองเริ่มตกเป็นเป้าสายตา

 

“งะ..งั้นฟาให้คนเดียวก็ได้ นะ”  ใบหน้าหวานๆระบายยิ้มที่คิดว่าดูดีที่สุดก่อนจะรีบเดินไปให้อาหารลูกช้าง

 

นัยน์ตากลมโตแอบมองไปทางคนทั้งสามเป็นระยะ    พอโดนสายตาจิกๆมองสวนกลับมาเลยทำให้หน้าหวานๆต้องละสายตาไปทาง แมวน้ำที่ยังกอดโซดาแน่นแทน

 

ยัยแมวน้ำก็ตัวติดหนึบกับยัยโซดา   ช่างกล้าเนอะไม่แคร์สายตาชาวบ้านด้วย

 

ริมฝีปากอิ่มเผยยิ้มชั่วร้าย

 

รู้แล้ว   ว่าจะจัดการกับยัยหัวแดงนี่ยังไง!

 

........................................................................................................................

 

 “เฮ้ย!  แน่ใจนะว่าเห็นไม่ผิดไอ้มิน”   ทิพย์ถามด้วยสีหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

 

“แน่สิป้า “

 

“เรียกป้า เดี๋ยวแม่เหนี่ยวซะนิ”  สาวหมวยยกมือขึ้นเตรียมตบหัวคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม

 

“โหยๆ ป้าแล้วยังโหดอีก  โน้นอยากรู้ก็ถามเอาเองเด้ เจ้าตัวมานั่นแล้วโน้น”   มินรีบยกกระเป๋าขึ้นมาปิดหัว

 

คนที่ถูกพูดถึงกำลังเดินยิ้มหวานมาหาแต่ไกล

 

“อ่าวฟา  มาคนเดียวเหรอ?”  ทิพย์รีบทักดักไว้ก่อนเพื่อไม่ให้เป้าหมายหนีไปไหน

 

“อะ..อืม”

จู่ๆใบหน้าหวานๆก็เปลี่ยนเป็นเศร้าๆ

 

“เป็นอะไรรึเปล่า”  เลยโดนถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

 

“คื้อยังไงดีล่ะ  ฟาลำบากใจที่จะเล่าจังเลยทิพย์”  ฟาค่อยๆนั่งลงข้างสาวหมวย

 

“มีอะไรปรึกษาทิพย์ได้นะ”

 

ริมฝีปากอิ่มเยียดยิ้ม

 

“ก็มิ้นเค้า.....”

 

........................................................................................................................

 

“เรื่องจริงเหรอวะเนี่ย!”   เจ้าของเสียงเข้มหันไปมองหน้าเพื่อนอย่างขอความคิดเห็น

 

“เออสิวะ  พวกทิพย์บอกกูมา   ใครจะรู้ว่าสวยๆอย่างนั้นจะเป็นเลสเบี้ยน  แม่งเสียของว่ะ”

หนุ่มหัวตั้งในชุดนิสิตยกมือขึ้นลูบคาง

 

“ถ้าเราเป็นฟานะขนลุกตายเลย  นี่ถึงขนาดซื้อสร้อยๆแพงให้ด้วย”   คราวนี้เพื่อนผู้หญิงออกความคิดเห็นบ้าง

 

“แต่ฟาก็ดีนะ ยังยอมเป็นเพื่อนด้วย  เป็นเรานะไม่เอาหรอก  นิสัยแรงๆแบบนั้นไม่พอใจอะไรแม่คงตบไม่เลี้ยง”  สาวผมม้าอีกคนทำหน้าขยาดๆ

 

“ยัยอ้วนกับไอ้ตัวกวนตีนๆที่อยู่ด้วยกัน  กูว่าคู่ทอมดี้วะ”  เสียงเข้มบอกอย่างคะนองปาก

 

“อี๋ โรคจิตกันยกกลุ่มเลย  มิน่าถึงคบกันได้  ว๊ายพูดแล้วขนลุก”   สาวแว่นรีบยกมือขึ้นลูบแขนใหญ่

 

“เฮ้ย มาโน้นแล้วกลุ่มเบี้ยน  ตายยยากว่ะ”   หนุ่มผมตั้งมองไปทางสามสาวที่เดินมาแต่ไกล

 

พอมิ้นกับแมวน้ำและโซดาเดินเข้ามาใกล้  ทุกคนที่นั่งจ้ออยู่ก็หันมามองเป็นตาเดียวกัน

 

สาวสวยแรงเกินร้อยอย่างมิ้นไม่เคยสนใจสายตาใครอยู่แล้ว   คนนิ่งๆอย่างโซดาก็หาสนใจใครไม่  คงจะมีแต่แมวน้ำนี่แหละที่พอจะสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงที่คนอื่นมีต่อกลุ่มของตัวเองได้

 

“มิ้น”   สาวอวบเรียกเมื่อทั้งสามเดินพ้นโต๊ะเพื่อนร่วมเอกมาได้ซักพัก

 

“มีอะไรเหรอ แมวน้ำ”

 

“เราว่ามันแปลกๆนะ ทำไมเหมือนโดนมองยังไงไม่รู้”  แมวน้ำบอกเสียงอ่อย

 

“พวกว่างงานน่ะ สายตาเลยสอดส่องคนอื่นไปทั่ว”

คำพูดตรงๆแรงๆเรียกเสียงหัวเราะหึหึของโซดาที่เดินมาเงียบๆตั้งนานขึ้นมาได้

 

“อย่างที่มิ้นบอกล่ะ  อย่าไปสนใจเลย”

 

“ฮ่าๆ จ้า”   สาวอวบเลยพลอยยิ้มตาหยีไปด้วย

 

จู่ๆสาวสวยก็หยุดเมื่อเห็นสาวหมวยกับสาวห้าวเดินสวนมา

 

“อ่าว  ฟ.แฟน เอ้ยฟ.ฟาไปไหนซะล่ะไม่ได้มาด้วยกันเหรอ   เอจะว่าก็ไปตามตื้อเค้าเอาฝ่ายเดียวนี่เนอะ  อีกคนเค้าไม่เล่นด้วยแท้ๆ  อะ!  แรงมากระวังเค้าหนีแล้วจะแห้วนะจ๊ะ มิ้น”

ทิพย์จงใจพูดใส่ก่อนจะเดินทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้โดยมีมินเดินตาม

 

“อะไรของยัยพวกนี้เนี่ย  อะไรของมัน  บ้าเปล่า” เป็นแมวน้ำซะอีกที่โวยวายขึ้นมาแทนเพื่อน  ส่วนคนที่โดนพาดพิงเต็มๆยืนนิ่งใช้ความคิด

 

“ช่างมันเถอะแมวน้ำ  แค่เสียงนกเสียงกาน่ะ”   มิ้นบอกเสียงเรียบ  “เรารีบไปตึกสโมรดีกว่า”   ก่อนจะเดินนำสองสาวไปที่ตึกสีขาวตรงหน้า

 

 

ใบหน้าสวยเยียดยิ้มเบาๆ

…ก็เอาสิ    ถ้าว้อนอยากดังจนต้องปล่อยข่าวลือสร้างภาพนักละก็    เดี๋ยวแม่จัดให้สมใจแน่ๆ”

 

.................................................................................................

 

Comment

Comment:

Tweet