2012/Jul/14

06  กลยุทธ์การรับฉบับแอ๊บๆ

 

 

มือเล็กไขกุญแจดอกใหญ่ออกแล้วผลักบานประตูเหล็กเข้าไป   สายลมแผ่วเบาพัดกระดิ่งลมที่แขวนไว้ในสวนส่งเสียงกรุ้งกิ้งราวกับกำลังต้อนรับหญิงสาวกลับบ้าน   นัยน์ตากลมโตมองไปรอบๆจนไปสะดุดเข้ากับต้นไผ่ลำสูงที่ปลูกไว้ริมรั้ว    

 

...ตั้งแต่ย้ายมาอยู่บ้านพักหลังใหม่ของป้าเข้าออกเช้าเย็นอยู่ทุกวันไม่เคยสนใจสวนเล็กๆนั่นเลย     แต่ฟาก็เพิ่งสังเกตเห็นวันนี้ว่าที่นี่มีต้นไผ่ด้วยแถมยังแขวนกระดิ่งลมไว้อีกต่างหาก 

 

เห็นต้นไผ่ทีไรชวนให้นึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมาทุกที....  

 

หญิงสาวหยิบมือถือเครื่องจิ๋วขึ้นมาเปิดดูวันที่   วันนี้เป็นวันที่7  กรกฎาคม  สำหรับประเทศไทยก็คงเป็นแค่วันธรรมดาวันหนึ่งในเดือนนี้   แต่ตามประเพณีของประเทศญี่ปุ่น   วันที่7เดือน7ของทุกปีคือวัน  ทานาบาตะ  อันมีตำนานความเชื่อเกี่ยวกับการขอพรและอธิษฐานเพื่อให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา   แต่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักวันนี้

 

สาวหน้าหวานอมยิ้มส่ายหน้าไปมา

 

..อย่างน้อย  ก็มีลูกพี่ลูกน้องของเธอคนหนึ่งล่ะที่เชื่อ...จนถึงขั้นงมงายเลยละมั้ง

 

   “ทานาบาตะปีนี้    พี่เนยคงทำอะไรลมๆแล้งๆเหมือนเดิมอยู่สินะคะ”   ฟาทอดสายตาเหม่อมองต้นไผ่พลิ้วไหวไปตามแรงลม

........................................................................................................................

 

ชุดวันพีชสีหวานถูกโยนลงบนที่นอนลายน่ารักที่เกลื่อนไปด้วยเสื้อผ้า   เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้บุนวมนุ่มที่อยู่ใกล้ๆเตียงนอน   ใบหน้าใสเง้างอพลางยกปลายนิ้วยกขึ้นจรดริมปากครุ่นคิด

 

“ให้ตายสิ  ไม่มีชุดไหนที่ใส่แล้วมันจะยั่วได้บ้างเลยรึไง”   ฟาเม้มริมฝีปากมองเงาสะท้อนใบหน้าหวานของตัวเองผ่านกระจก    เพราะหน้าตาน่ารักให้ความรู้สึกน่าถนุถนอมทำให้แต่งตัวออกมาได้แบบสาวหวานอย่างเดียว   เธอถอนหายใจสะบัดตัวลุกขึ้นไปหยิบชุดหนึ่งออกมาจากตู้ที่โล่งไม่มีอะไรเหลือแล้ว

 

“ตัวนี้คงพอไหวล่ะมั้ง...”    มือเล็กๆจับเสื้อเกาะอกมาทาบที่ตัว   เสื้อเกาะอกตัวนี้เป็นของขวัญจากลูกพี่ลูกน้องคนสำคัญ  เลยโดนแขวนไว้ด้านในสุดเพราะเป็นเสื้อผ้าแหวกแนวที่มาอยู่ผิดที่ผิดทาง

 

คืนนี้มีแผนการสำคัญ  ถึงจะไม่ใช่คนสวยแต่เธอก็มั่นใจในความน่ารักของตัวเองมาก   

 

มีลุ้นแน่คืนนี้....

 

พอคิดถึงตอนที่ได้เห็นสีหน้ายอมจำนนยกให้ทุกอย่างของยัยหัวแดงแรงฤทธิ์นั่นก็อดยิ้มไม่ได้     ยิ่งคิดใบหน้าหวานก็ยิ่งเผยรอยยิ้มปีศาจน้อยมากขึ้นเรื่อยๆ   

 

.....เดี๋ยวก็รู้...... ว่าใครจะแน่กว่ากัน

 

 

                   วันนี้ฟาแต่งหน้าแบบบางๆเน้นให้ดูเป็นธรรมชาติ   เริ่มจากรองพื้นด้วยแป้งเนื้อสีเดียวกับสีผิวตัวเอง   ใช้บลัดออนสีชมพูอ่อนๆปัดที่แก้ม    แต่งตาโดยดัดขนตาธรรมดาแล้วทำไฮไลท์ด้วยสีขาวเน้นให้ตาเด่น  ส่วนริมฝีปากอิ่มใช้ลิปสีนู๊ดทาเวลาโปรยยิ้มทำให้ได้อารมณ์หวานปนเซ็กซี่หน่อยๆ    ผมยาวสลวยถูกรวบมัดไปด้านข้างแล้วมัดด้วยยางรัดผมแต่งระบายลูกไม้สีหวาน   ส่วนเสื้อเกาะอกสีขาวพอดีตัวที่เลือกแล้วเลือกอีกก็เผยให้เห็นผิวขาวเนียนและเนินอกที่ชวนมอง  ยิ่งแต่งคู่กับกระโปรงยีนส์สั้นโชว์เรียวขางาม..ลงตัวสุดๆ    เมื่อมองดูความเรียบร้อยผ่านกระจกสาวหน้าหวานก็ยิ้มเรียกความมั่นใจก่อนจะหยิบสร้อยเงินราคาแพงที่ได้จากคู่อาฆาตมาใส่  

...ครบเซท...น่ารักแอบเซ็กซี่...สมบรูณ์แบบ     เป็นการมิกซ์แอนด์แมชที่ลงตัวสุดๆ  ที่เหลือก็คงต้องทุ่มสุดตัวสุดฝีมือเพื่อจะทำให้ยัยคนแรงๆนั่นตายใจแล้วตกหลุมพราง

 

........................................................................................................................

 

หน้าโรงหนังตอนพลบค่ำ   สาวอวบในสุดเสื้อยืดลายการ์ตูนกับกระโปรงพลิ้วแต่งตัวได้ธรรมดาสุดๆยืนลังเลใจหันซ้ายหันขวา  ข้างๆกันคือสาวเซอร์แต่งตัวด้วยลุคเสื้อยืดพอดีตัวสีฟ้ากับกางเกงยีนส์สีซีดแถมด้วยรองเท้าแตะ

 

“โครตจะเด่นเลย  นี่แต่งตัวมาดูหนังแน่เร๊อะ”   โซดาแค่นยิ้มมองดูสาวหน้าหวานที่ยื่นเด่นอยู่หน้าโรงหนัง   ขนาดคนมนุษย์สัมพันธ์ดีอย่างแมวน้ำยังไม่กล้าเข้าไปทักได้แต่ชั่งใจ   

 

“ซะ..โซดา...ไปหาฟากัน...”   สุดท้ายมืออวบก็พยายามดึงลากคนข้างๆที่ยืนตัวแข็งสุดชีวิตให้ไปด้วยกัน    

 

สาวสวยที่เพิ่งลงจากรถยนต์คันหรูที่จอดอยู่อีกฝั่งของถนนเห็นภาพแมวน้ำกำลังลากเพื่อนถูลู่ถูกังอยู่   เลยเดินเข้าไปหาทั้งสองเงียบๆ    นัยน์ตาสีเทาเลยมองไล่ตามสายของเพื่อนหุ่นไซส์ปุ้มปุ้ยไปยังด้านหน้าโรงหนัง

 

เอาซะเด่น...นี่แอ๊บเซ็กซี่รึไง?  

 

“เข้าใจแต่งตัวมาดูหนังนิ....” เสียงเรียบเอ่ยขึ้นดึงความสนใจให้สองสาวหันมามอง

 

สาวสวยที่ใครๆต่างพากันคิดว่าต้องแต่งได้เลิศที่สุด   ดันสวมเสื้อตัวใหญ่สีเทาที่ชายสั้นกว่าทับเสื้อตัวยาวสีน้ำตาลด้านใน      ถึงจะสวมคาร์ดิแกนสีหวานตัวสั้นที่สุดทับแต่ก็แอบเซ็กซี่เพราะแทบมองไม่เห็นชายกระโปรงสั้น   เลคกิ้งสีดำสนิทช่วยเบรกไม่ให้ดูโป๊ะแถมยังดูเท่หน่อยๆเมื่อใส่เข้ากับรองเท้าบู๊ทสีดำเนื้อมันวาว   ส่วนผมสีเพลิงเด่นสะดุดตาถูกรวบเป็นเปียเก็บสวยงาม   ใบหน้าสวยๆแต่งตาให้ดูเชี่ยวเน้นความมั่นใจเต็มที่

 

แมวน้ำอึ้งไป3วิตะลึงกับลุคเรียบง่ายแต่สะกดสายตา   ส่วนโซดาถึงกับพยักหน้าเบาๆแล้วยิ้มที่มุมปาก

 

“ไม่เข้าไปหาล่ะ”   มิ้นเลิกคิ้วหันมาถาม

 

“ยังไม่อยากเป็นเป้าสายตาน่ะ”    เสียงแหบๆตอบแทนคนข้างๆที่ยืนไบ้กิน

 

“จะทุ่มครึ่งแล้วเข้าไปเอาตั๋วหนังกัน  มีคนซื้อไว้ให้แล้ว”  สาวสวยบอกก่อนจะเดินนำไปหาอีกคนที่ยืนเด่นอยู่

 

แต่นัยน์ตาสีเทาเห็นชายสองคนกำลังคุยกันอยู่แถมยังส่งสายตาหื่นกามมองฟาชนิดมองจนทะลุเสื้อผ้าไปถึงกระดูกได้เลย      ริมฝีปากบางเลยเม้มเข้าหากันพร้อมกับใบหน้าสวยแสดงสีหน้าไม่พอใจ

 

ไวกว่าความคิดมิ้นรีบเดินเข้าไปหาอีกคนที่ยิ้มหวานรออยู่

 

“มิ้นจ๋า....”

นัยน์ตากลมโตมองการแต่งตัวที่ธรรมดาแต่เก๋มีสไตล์ของสาวผมแดงอย่างเดียว  ไม่ได้สนใจรอบข้างเลยไม่รู้ว่าตัวเองโดนมองด้วยสายตาหื่นกระหายอยู่ 

 

อีคาร์ดิแกนตัวนี้อีกแล้ว    ท่าทางจะชอบซะจริ้งใส่มาอยู่ได้...

คนตัวเล็กได้ทีเดินเข้าไปออดอ้อน   ถึงจะหมั่นไส้แต่ก็ต้องเก็บไว้ก่อนยิ้มหวานเข้าใส่แทน

 

มิ้นตวัดสายตามองชายสองคนที่ยังมองไม่เลิก  ยิ่งเห็นก็ยิ่งหงุดหงิดเลยโอบไหล่คนน่ารักข้างๆโชว์ซะเลย  ฝ่ายคนโดนกอดตกใจสะดุ้งน้อยๆ

..มะ..มือไวไปไหม ห๊ะ!  

ฟาหลุดสีหน้าหวั่นๆออกมาแต่ก็รีบยิ้มหวานกลบเกลื่อนได้ทัน  

 

ภาพที่เห็นผ่านสายตาทำให้แมวน้ำแค่นหัวเราะ  ฝ่ายโซดาได้แต่ยิ้มที่มุมปากที่ได้เห็นนิสัยอีกมุมของคนแรงๆอย่างมิ้น

 

“แมวน้ำ  โซดาเข้าไปข้างในกัน”  สาวสวยเรียกให้เพื่อนเดินตามเข้ามา   แต่ดันมีตัวแถมเพราะผู้ชายสายตาหื่นสองคนนั้นเดินตามสี่สาวเข้าไปในโรงหนังด้วย

 

........................................................................................................................

 ขนาดเดินเข้ามาในโรงหนังผู้ชายสองคนนั้นยังเดิมตามอยู่    มิ้นเม้มปากแถมความหงุดหงิดก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว    เธอเลยจงใจพาเพื่อนเดินไปทางห้องน้ำ    อีก500เมตรจะถึงห้องน้ำหญิงแต่คนที่ตามก็ยังตามไม่เลิก   สาวสวยเลยหยุดเดินเอาดื้อๆจนสามสาวที่เดินตามมาแทบเบรกไม่ทัน     ฟาที่เดินตามติดๆชนเข้ากับคนตัวสูงก่อนใครเพื่อนเลยมีอาการหน้างอขมวดคิ้ว

 

“มิ้นหยุดทำไมเหรอ?”

ใบหน้าหวานรีบปั้นหน้ายิ้มเงยขึ้นมองคนที่หยุดเดินด้วยความสงสัย

 

ไม่มีคำตอบจากเจ้าของเรือนผมสีเพลิง    นอกจากสองมือที่ถอดเสื้อคาร์ดิแกนจากตัวเองมาสวมคลุมเกาะอกอันล่อตาล่อใจของคนตัวเล็กจนได้สโตกเกอร์สองหน่อเดินตาม

 

นัยน์ตาคู่คมตวัดไปทางรัศมีสายตาหื่นๆ   พอไม่มีวิวดีๆให้มองชายสองคนก็มีสีหน้าเสียดาย

“เดินตามกันขนาดนี้  จะตามไปจนถึงตอนเข้าห้องน้ำเลยไหมคะ”   คำถามทั่วไปกับรอยยิ้มธรรดมากลายเป็นคมมีดและรอยยิ้มร้ายๆกรีดใจให้คนถูกถามได้สะดุ้งทันที   แถมยังเรียกสายตาประณามจากผู้หญิงมากมายที่เดินผ่านไปมาอีก   สุดท้ายพวกเขาก็รีบจ้ำหนีไปด้วยความอับอาย

 

ฟาถึงกับอึ้ง ขนลุกทั้งตัวเมื่อเพิ่งมารู้ตัวว่ากลายเป็นอาหารตาของใครที่ไหนก็ไม่รู้   ยังดีที่ได้คนตรงหน้าช่วยเอาไว้

 

ช่วย..เหรอ?    เฮอะ....ใครเค้าขอร้องให้ช่วยยะ!  จะเอาคำขอบคุณเรอะฝันไปเถอะ

 

“ฟะ..ฟา...ไม่รู้ตัวเลยว่าเค้ามอง..กลัวจัง”

ได้ทีก็แอ๊บหวาดกลัวสุดขีดตรงเข้ากอดมิ้นใหญ่แถมยังซุกหน้าลงกับหน้าอกคนตัวสูงอีก

 

“คราวหน้าก็คิดหน่อยก่อนจะแต่งอะไรมา  เดี๋ยวจะโดนฉุดเข้าป่าข้างทางมาไม่ถึงโรงหนังเอา!”

 

...  จะมากไปแล้วนะ  ยัยบ้า !!

ฟาถึงกับเซถอยห่างรีบหันหน้าหนี    มือเล็กกำแน่น  นี่ถ้าตบได้จะตบให้หน้าหงายไปเลย!

 

“เอ่อ  เห็นมาทางห้องน้ำไม่เข้าห้องน้ำกันเหรอ  งั้นเราเข้าห้องน้ำก่อนนะ”   แมวน้ำที่เริ่มเห็นท่าทีไม่ดีเลยพูดขึ้นทำลายบรรยากาศน่าอืดอัด

 

“งั้นไปเอาตั๋วก่อนนะ”   สาวสวยออกตัวแล้วเดินกลับไปที่จุดขายตั๋ว   ส่วนฟาได้แต่เดินตามสาวอวบเข้าห้องน้ำไปเงียบๆ   เหลือแต่โซดาที่ยืนรออยู่หน้าห้องน้ำ

 

……………………………………………………………………………………………………………

 

มิ้นมองตั๋วหนังในมือแบบเซ็งๆ  คิดผิดจริงๆที่ให้พ่อบ้านตัวดีผู้ชื่นชอบหนังผีเป็นชีวิตจิตใจจัดการเรื่องนี้ให้   แทนที่จะได้ดูหนังใหม่สนุกๆ   เลยได้ดูหนังผีเข้าใหม่ไปซะแบบนั้น  

 

...เอาเถอะไหนๆก็ซื้อไปแล้ว ไปนั่งดูหน่อยล่ะกัน   คิดซะว่าไปดูหนังกับเพื่อน...ไม่สิ เพื่อนสองคนกับคนที่น่ารังเกียจอีก1

เรียวปากบางยิ้มก่อนจะเก็บตั๋วใส่กระเป๋ากระโปรงยีนส์สุดสั้นโดยไม่รู้ตัวว่ามีสายตาของใครบางคนมองอยู่

 

“อ่าว นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็น้องมิ้นนี่เอง   ไงคะ สบายดีไหมคะ”

เรียกระคายแก้วหูดังขึ้นเบื้องหลังให้หญิงสาวต้องหันกลับไปมอง 

 

สาวรุ่นพี่หน้าโบกเครื่องสำอางหนาๆกับเสื้อคอกว้างที่คว้านจนก้มทีแทบจะมองเห็นสะดือได้  ไหนจะกระโปรงสั้นๆที่ไม่เข้ากับวัยนั้นอีก   แทนที่จะดูสวยเปรี้ยวกับดูพิลึกๆเหมือนคนพยายามจะทำสวยมากกว่า

 

“อ่าวนี่หลุดมาจากแหล่งไหนเหรอคะ พี่แหวน”

  ใบหน้าสวยเยียดยิ้มใส่อดีตคู่ควงคนที่เท่าไรก็ไม่รู้  เพราะเจ้าตัวไม่ค่อยได้ใส่ใจเท่าไรจำได้ว่เป็นคู่ควงนี่ก็บุญแล้ว

 

“ต๊าย  ปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะคะ   พอดีพี่มาดูหนังกับแฟนใหม่ค่ะ เนี่ยเพิ่งช็อปหมดไป3หมื่นกว่าๆ”

แหวนพูดแล้วมองไปทางสาวหล่อร่างท้วมผิวเข้มหน้าตาบ้านๆแต่แต่งตัวภูมิฐานที่ยืนเข้าแถวซื้อตั๋วหนังอยู่

 

“จะมีใหม่ทั้งที  หาที่ดูดีได้ซักครึ่งของมิ้นหน่อยเถอะค่ะ   เดี๋ยวเค้าจะรู้ตัวเอาว่าพี่รักเค้าที่   เงิน  ”   เสียงเรียบเน้นหนักตรงคำว่าเงิน  แทบทำให้คนฟังเต้นเป็นเจ้าเข้า

 

“เหรอคะ  แล้วสวยๆอย่างน้องมิ้นเนี่ย   หาใครเป็นตัวเป็นตนได้รึยังล่ะคะ   รึแจกจ่ายทั่วถึงคนนั้นคนนี้ไปวันๆ”

มิ้นยิ้มใส่เลื่อนมือขึ้นกอดอกด้วยท่าทีไม่พอใจเท่าไร  ฝ่ายคนหาเรื่องยิ้มสะใจจนออกนอกหน้า

 

ภาพสถานการณ์ที่สาวสวยโดนใครที่ไม่รู้มาคุยด้วยทำให้ฟาเม้มริมฝีปาก   

  ยัยผู้หญิงหน้าเหมือนงิ้วนี่มันใครเนี่ย  อย่ามายุ่งกับเหยื่อ(?)ของคนอื่นจะได้ไหม  วันนี้อุส่าลงทุนแต่งแหวกแนวน่ารักมาแทบตายเรื่องอะไรจะให้หมาที่ไหนไม่รู้คาบไปกินกันเล่า

 

“รอนานไหมคะมิ้น”

จู่ๆเสียงหวานก็ดังขึ้นขัดความร้อนระอุ  พร้อมกับสองแขนที่ตรงเข้าโอบกอดคนตัวสูงจากข้างหลัง

 

ฟายิ้มหวานปรายตามองหญิงสาวแปลกหน้าด้วยสายตาดูถูก     ทั้งความน่ารักทั้งความสาวและท่าทางออดอ้อนนั่นทุกอย่างมันลงตัวเกินไปแล้ว   สาวรุ่นพี่อย่างแหวนไม่มีอะไรจะสู้ได้ซักนิดทำได้เพียงมองจิกสายตาใส่สู้ตายแบบหมาจนตรอก  

 

“อ่าวฟาไปไหนแล้วล่ะ?”  แมวน้ำหันซ้ายมองขวาหาคนตัวเล็กที่เดินออกมาก่อน  

 

“โน้น  ไปโน้นแล้ว”   โซดาโบ้ยหน้าไปทาง มิ้นที่ยืนเผชิญหน้ากับสาวรุ่นพี่แถมมีฟาเกาะแกะอยู่ด้วย

 

“มิ้นยืนอยู่กับใครน่ะ  ท่าทางไม่ดีเลย”  พูดจบสาวอวบก็คว้ามืออีกคนไปด้วยความร้อนลน  

 

ก่อนที่แมวน้ำจะลากโซดาเข้าไปกลางดงสงคราม   มือเรียวก็ดึงตัวคนข้างหน้าให้เป็นเชิงหยุด

 

“รออยู่แค่ตรงนี้เถอะ”  

“เอ๋!?” 

ใจหนึ่งก็อยากเดินเข้าไปช่วยเพื่อนแต่ก็อยากฟังที่โวดาพูดด้วยเหมือนกัน

 

“มีฟาอยู่ด้วยแบบนั้นมิ้นไม่เป็นไรหรอกน่า  รอฟังรอดูอยู่ตรงนี้ดีกว่า”   

สาวเซอร์บอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่ทุกข์ร้อนอะไร ท่าทีที่ใจเย็นเกินชาวบ้านชาวเมืองทำให้คนใจร้อนล้นยอมฟังและทำตาม

 

กลับมาที่แวดวงของสามสาวที่ยืนมองหน้ากันเด่นอยู่กลางทางเดิน

 

“ใครเหรอคะมิ้น”   

ฟาเปิดฉากก่อนด้วยการยิงคำถามตรงๆออกมา

 

มิ้นเลิกคิ้วกับกากระทำเกินจะคาดเดาของยัยแอ็บตัวแม่   นี่คนสวยต้องรับศึกทีเดียวพร้อมกันสองทางเลยเรอะ!  แต่ลองดูซักตั้งก็ไม่เสียหายอะไรนิ?

 

“คู่ขาเก่าน่ะ   เสียงดังน่ารำคาญเลยเลิก”  

สาวหน้าหวานยิ้มไม่ออก  ความรู้สึกตอนนี้เหมือนโดนทุบด้วยคำพูดจนมึน    เธอไม่เคยคิดเลยว่าคนสวยเลือกได้อย่างยัยนี่จะเป็นพวกอนุรักษ์ไม้ป่าเดียวกันไปได้   แถมยังกล้ายอมรับออกมาแบบตรงๆอีก 

 

ริมฝีปากอิ่มกระตุกยิ้ม

 

“แหมมิ้นก็   เล่นคบไม่เลือกเลยนะคะ”  ฟาเอียงคอหน่อยยกมือขึ้นจรดริมฝีปากแอ๊บน่ารักสุดๆ   “ไม่รู้นะคนอื่นอาจจะมองว่าพี่เค้าสวย   แต่ฟาว่าต่ำกว่ามาตรฐานเกินรับไหวน่ะ”  ใบหน้าหวานแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าของนางมารน้อยโปรยรอยยิ้มเคลือบยาพิษให้

 

คบไม่เลือก   เป็นคำเหน็บแหนมว่าคนหัวแดงมั่วไปทั่วสวยไม่สวยขอเป็นผู้หญิงคั่วหมด     ส่วนต่ำกว่ามาตรฐาน  เป็นคำพูดที่เหมือนคมมีดกรีดใจคนฟังอย่างแหวนให้รู้ตัวว่าไม่มีอะไรมาเทียบระดับกันได้  รู้ตัวไว้ซะว่ามีแต่แพ้กับแพ้   คนที่แพ้ยับเยินเลยได้แต่เจ็บใจจนกัดปากแน่น  

 

เหอะ...   ร้ายนี่เล่นเชือดทีเดียวพร้อมกัน      มิ้นหัวเราะในลำคอ

 

ตอนนี้สามสาวเริ่มตกเป็นเป้าสายตาของคนทั่วไป  ในที่สุดคนแพ้ก็รีบจรลีถอยทัพหนีไปดื้อๆ  

เมื่อโซดาเห็นทุกอย่างสงบลงแล้วจึงเลิกสังเกตการณ์แล้วพาแมวน้ำเดินเข้าไปหาสองสาว

 

“เข้ากันดีนิ  หนึ่งแรง  หนึ่งร้าย”   สาวเซอร์แค่นยิ้ม

 

“ก็ยอมรับว่าแรง”   เรียวปากบางยิ้มรับคำเพื่อน

 

ส่วนคนหน้าหวานถึงกับรีบออกตัว   “ใครร้ายเหรอ?   อ๋อผู้หญิงคนเมื่อกี้ใช่ไหม   ฟาก็ว่าเค้าร้ายนะ”   ยัดเหยียดความร้ายกาจให้คนแพ้ที่หนีไปทันที

 

“คงงั้นมั้ง”  โซดาได้แต่ยิ้มๆยอมเฉไฉตามน้ำไป

 

“มิ้น รีบไปกันเถอะ  เดี๋ยวไม่ทันหนังฉายนะ”   สาวหน้าหวานรีบเปลี่ยนเรื่องเขี่ยคำว่าร้ายไปให้พ้นตัว

 

“อืม  ไปรอหน้าทางเข้าที่โรง3กัน”   ฟาเลิกคิ้วแปลกใจที่อีกฝ่ายยอมให้ควงแขนไม่มีท่าทีปฏิเสธแถมยังพาเดินไปเองซะอีก

 

ริมฝีปากอิ่มระบายยิ้ม   รึแผนจะสำเร็จไปหนึ่งขั้นแล้ว!

 

........................................................................................................................

 

บริเวณหน้าโรงหนังหมายเลข3  ก็เห็นคนไปมุงกันเต็มไปหมด  ตรงกลางฝูงชนมีมีกระถ่างใส่ต้นไผ่สูงราวๆ2เมตรตั้งเด่นสะดุดตาไว้  แถมยังมีเจ้าหน้าที่นั่งประจำอยู่ที่โต๊ะใกล้ๆกัน  บนโต๊ะมีกระดาษหลากสี กับดินสอ ปากกา  สีเมจิกให้บริการฟรี 

 

“วันนี้วันทานาบาตะค่ะ เป็นความเชื่อของคนญี่ปุ่น   เค้าเชื่อกันว่าถ้าเขียนขออะไรก็สมหวัง  ถ้าสนใจก็มาเขียนคำอธิษฐานแล้วมาผูกที่ต้นไผ่ได้นะคะ  ”   พนักงานหญิงประชาสัมพันธ์บอกลูกค้าทั้งสี่ที่เพิ่งเดินมาถึงด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

 

“น่าลองจัง   เขียนว่าขอให้ผอมๆดีไหมเนี่ย”  แมวน้ำบอกด้วยเสียงกลั้วหัวเราะแถมยังเดินไปหยิบกระดาษก่อนใคร

 

“กินแหลกแบบนี้ชาติหน้าคงผอม”   โซดารีบพูดทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

 

“งั้นก็ขอให้ตัวเองพูดเยอะๆเหมือนชาวบ้านเค้าซะสิ   ไอ้ตัวพูดน้อย”   แมวน้ำตอบโต้กลับด้วยท่าทีหมั่นไส้ 

 

ฟาที่เห็นเพื่อนสองคนแหย่กันก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้   เสียงหัวเราะที่ไร้การเสแสร้งทำให้มิ้นยิ้มออกมาด้วย   พอรู้ตัวว่าโดนมองคนตัวเล็กเลยหันมาหาเจ้าของเรือนผมสีเพลิง

 

“ฟา จะเขียนว่า ขอให้ทุกคนมีแต่ความสุข   มิ้นจะเขียนว่าอะไรเหรอ”

ริมฝีปากอิ่มโปรยยิ้ม

 

....ขอให้ทุกคนมีความสุข!  สมกับเป็นยัยแอ๊บแตกจริงๆ

“ว่าจะเขียนขอให้ไม่มีคนเสแสร้งน่ะ”  

 นัยน์ตาสีเทาหรี่ลงพร้อมกับเรียวปากบางเหยียดยิ้มทำเอาคนที่แอ๊บมาเต็มที่ถึงกับหุบยิ้มรีบหันหน้าหนี

 

........................................................................................................................

 

Comment

Comment:

Tweet